ข่าวสด

ห้ามนั่งท้ายกระบะ และแคป มาตรการที่ถูกต่อต้านจาก ปชช

ช่วงต้นเดือนเมษายน 2560 หลายคนคงได้ทราบข่าวที่ว่า รัฐบาลประกาศให้มีการบังคับใช้มาตรา 44 เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรเพื่อควบคุมวินัยจราจรอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์ โดยมีกรณีห้ามคนนั่งท้ายกระบะและห้ามนั่งแคปหากมีการฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีข้อหาใช้รถผิดประเภท โดยมาตรการนี้เริ่มใช้เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 ปรากฏว่าผลจากการบังคับใช้มาตรการนี้ส่งผลให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ และทำให้รถติดยาวมาก ส่วนในโลกออนไลน์อย่าง facebook มีการทำคลิปวีดีโอออกมาในหลายๆ ด้าน เช่น บางคนต้องส่งลูกไปโรงเรียนแต่ที่บ้านมีเพียงรถกระบะ จึงต้องเอาลูกซ่อนไว้ในลัง เกิดกระแสดราม่ามากมาย นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าแรงงานที่ระบุว่าปกติตนเองจะพาลูกน้องไปทำงานโดยนั่งที่ท้ายรถกระบะไป แต่ถ้าห้ามอย่างนี้จะให้ไปส่งคนงานรอบละคน ในระยะทางหลายกิโลเมตรคงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมเท่าไหร่  หลายคนออกมาต่อต้านว่ามาตรการนี้ไม่เห็นใจคนจน จะเดินทางกับครอบครัวไปไหนมาไหน ให้สะดวกคงต้องถอยรถเก๋งออกมาหรืออย่างไร และอื่นๆ อีกมากมายสำหรับผลตอบรับที่ค่อนข้างไม่ดีของมาตรการนี้ หลังจากที่รัฐบาลทราบว่าประชาชนได้รับความเดือนร้อนจากมาตรการนี้ ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ได้จะสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน เพียงแค่ห่วงใยความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนช่วงเทศกาล เพราะทราบว่าในช่วงเดือนเมษายนนี้ ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา จึงได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกรมการขนส่งทางบกได้หาช่องทางช่วยเหลือประชาชน จึงได้มีการปรับเกี่ยวกับข้อปฏิบัติที่เมื่อก่อนห้ามไม่ให้นั่งกระบะท้าย ก็ปรับให้สามารถนั่งได้แต่ไม่เกิน 6 คน และห้ามนั่งบนขอบกระบะ ส่วนข้อห้ามนั่งแคปก็สามารถนั่งได้แต่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย  ซึ่งในรถรุ่นเก่าๆ ก็มีข้อยกเว้นตามกันไป เพราะบางคันไม่มีเข็มขัดนิรภัยที่เบาะหลังคนขับหรือแคปนั่นเอง และนอกจากจะมีการปรับมาตรการดังกล่าวแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้กำชับว่าให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในส่วนนี้ ปฏิบัติงานอย่างซื่อตรง ไม่ฉวยโอกาสในการเรียกเก็บผลประโยชน์ใดๆ จากประชาชน อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ออกมาต่างๆ นานา เราควรมองในแง่ที่ว่ามาตรการเหล่านี้ […]

ข่าวสด โพส ล่าสุด

หนุ่มเมายาบ้าขับรถกระบะหนี ถูกตำรวจตามไล่ล่ายิงยางสกัด จนมุม

  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. มักกะสัน ได้รับแจ้งว่ามีรถกระบะต้องสงสัย ยี่ห้อ เชฟโรเลต สีดำ จอดหลบอยู่บนถนน กำแพงเพชร 7 หลังโรงแรมสยาม มีพฤติกรรมคล้ายว่ากำลังเสพยาอยู่ในรถ จึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อผู้ต้องสงสัยได้เห็นตำรวจ จึงขับรถหนีเข้าไปในศูนย์วิจัย ออกสู่ถนนเลียบด่วน-รามอินทรา ระหว่างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัดสินใจ ยิงยางรถยนต์ทั้ง 4 ล้อ ทำให้ไม่สามารถ หลบหนีต่อไปได้ ผลจากการตรวจสอบ พบ นายสิทธิพล พุ่มพวง อายุ 32 ปี อยู่ในสภาพมึนเมาจากการเสพยาเสพติด จากการค้นรถพบว่า มีอุปกรณ์การเสพยา ยาบ้า 1 เม็ด ยาไอซ์ 0.5 กรัม จึงส่งดำเนิน จากการขยายผล พบว่า นาย สิทธิพล ซึ่งมีอาชีพขายของตามตลาดนัด มารอรับเพื่อนสาว ระหว่างรอจึงได้เสพยาในรถ เมื่อตำรวจเข้ามาใกล้จนเกิดความกลัวเลยต้องหลบหนีไป    

cryshame.org
ข่าวสด โพส ล่าสุด

ผัว-เมีย รีบกลับบ้านไปฉลองปีใหม่ โชคร้ายรถจักรยานยนต์ ชนท้ายอีแต๋น สาหัส ส่วนลูก 3 ขวบ เสียชีวิต

ที่เกิดเหตุ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ทะเบียน กลท-142 ลพบุรี เกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถอีแต๋นอย่างแรง จนข้าวของกระจัดกระจาย ไปทั่วถนน จากการรายงานมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย นอนรอความช่วยเหลือ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหญิง ตั้งครรห์ 5 เดือน และ เด็กชาย อายุ 3 ขวบ นอนเจ็บอยู่ ซึ่งพยาบาลช่วยกันปฐมพยาบาลเพื่อช่วยเหลือเด็ก แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบ พบว่า เส้นทางถนนนั้นเป็นที่มืด ไม่มีแสงสว่าง และ ได้มีรถอีแต๋นใช้เส้นทางนี้เป็นจำนวนมากซึ่งไม่มีไฟบอกหลัง จน พ่อ แม่ ลูก มาขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา และ ได้ชนท้ายรถอย่างจัง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

cryshame.org
ข่าวสด โพส ล่าสุด

ไบเกอร์ขี่บิ๊กไบค์ลงสะพาน พลาดเสียหลักชนท้ายรถเก๋ง ดับสยอง

เหตุเกิดขึ้น สถานที่เกิดเหตุพบศพนาย ตฤณ ตะกรุดแก้ว อายุ 23 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ใต้เสารถไฟฟ้า โดยสภาพศพนั้น กะโหลกแตก ขาซ้ายหัก ใกล้ๆกับที่เกิดเหตุได้พบ รถจักรยานบิ๊กไบค์  คาวาซากิ 650 อยู่ในสภาพพังยับ ขาดไปครึ่งคัน ชิ้นส่วนแตกกระจายไปทั่วท้องถนน และ นอกจากนั้นยังพบรถเก๋งสีขาว มีล่องลอยการเฉี่ยวชน จนยางล้อหลังเฉี่ยวชนจนยางแตก จากผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า รถจักยานยนต์ วิ่งลงมาจากสะพานด้วยความเร็ว ก่อนที่จะเสียหลักไปชนท้ายของรถเก๋ง ที่วิ่งอยู่ข้างหน้า ชนทำให้คนขับโดนแรงกระแทกลอยไปชนกับตอม่อรถไฟฟ้า ร่วงลงมาตกพื้น หัวกระแทกเสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นที่สืบผยานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุแท้จริงต่อไป