โพส ล่าสุด

ข้อแตกต่างของนักข่าวในห้องส่งกับนอกสถานที่

journalist

ขึ้นชื่อว่า ”นักข่าว”   ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเป็นได้  แต่จำต้องเป็นผู้ที่รักในการ “ทำข่าว” จริงๆ  เข้าใจเนื้องาน  มีสติและไหวพริบให้เท่าทันกับเหตุการณ์   รู้จักใช้ภาษาและคำพูดที่ดี  มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างดี  จึงจะเข้ามาเริ่มทำงานได้  ทำให้ผู้มีคุณสมบัติที่มาด้วยใจพร้อมและต้องมีความรู้ความสามารถถึงจะผ่านไปได้จริง

 

“นักข่าว”  มีหน้าที่ในการ  ทำข่าว  หาข่าว สัมภาษณ์ผู้ที่เป็นข่าว   ออกภาคสนาม  ทำสกู๊ปหรือรายงานพิเศษ  คิดงานหรือหัวข้อในการทำข่าว   ซึ่งเนื้องานภายในจำต้องแบ่งแยกลงลึกไปอีกเช่น การถ่ายภาพข่าว คิดคำพูดในการเขียนข่าว รวมไปถึงการตัดต่อและลงเสียง  นักข่าวบางคนก็เก่งถึงขนาดทำด้วยตัวเองทั้งหมด  ทำให้บทบาทและหน้าที่มีอยู่มาก จึงจำเป็นนักข่าวออกเป็น 2  ประเภทได้แก่ นักข่าวในห้องส่ง หรือที่เรียกว่า “ผู้ประกาศข่าว”  กับนักข่าวนอกสถานที่ หรือมักเรียกว่า “นักข่าวภาคสนาม”

 

Broadcaster

“ผู้ประกาศข่าวในห้องส่ง”  หรือนักข่าวในห้องส่งเป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝัน  เพราะภาพลักษณ์ที่เห็นกันผ่านหน้าจอโทรทัศน์และจอสมาร์ทโฟนต่างๆ  มักจะสวยหล่อดูดีกันแทบทุกคน  แถมกระซิบกันมาว่ารายได้ดีมากอีกด้วย  เพราะถือเป็นหน้าตาของช่อง  แต่นอกเหนือจากหน้าตาและบุคลิกที่ดีแล้ว  ผู้ประกาศข่าวในห้องส่งต้องมีอะไรมากกว่านั้น   คือความสามารถและไหวพริบในการพูดหรือสัมภาษณ์  ซึ่งการจะทำได้ดีในระดับเป็นผู้ประกาศข่าว  ต้องมีการทำการบ้านและหาข้อมูลมาแบบแน่นมากๆ ห้ามไม่ให้หลุดเพราะต้องเป็นคนทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ  โดยเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต้องสัมภาษณ์ด้วยแล้ว ยิ่งต้องหาข้อมูลและเตรียมคำถามอย่างเป็นอย่างดีด้วย  ต้องจำลองเหตุการณ์ว่าคนที่ดูเราอยู่อยากรู้อะไรจากคนที่เรากำลังจะสัมภาษณ์  รู้จักสร้างคำถามแบบปลายเปิด  และระหว่างที่ผู้ให้สัมภาษณ์ได้พูดก็ต้องรู้จักตั้งใจฟังเพื่อจับใจความสำคัญ และยิงประเด็นคำถามต่อไปได้อย่างชาญฉลาด  และสามารถสรุปประเด็นของข่าวได้อย่างรวดเร็ว  นอกจากนี้ยังต้องมีความรู้รอบตัวในสถานการณ์บ้านเมือง รวมไปถึง ยศ ตำแหน่ง ชื่อคน การอ่านการสะกดคำต่างๆ ต้องแม่นมาก  อย่าลืมว่ามีคนนับล้านกำลังจ้องดูและพร้อมจับผิดอยู่เสมอหากได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือขัดต่อความเป็นจริง  ในบางครั้งมีได้รับเนื้อข่าวที่มีการสะกดผิด เราก็ต้องคิดทันและแก้ไขได้โดยอัตโนมัติอีกด้วย

 

“นักข่าวภาคสนาม “ หรือนักข่าวนอกสถานที่   ต้องทำงานภายใต้สถานการณ์ไม่สงบหรือกระแสความวุ่นวายของสังคมโดยรอบขณะทำข่าวอยู่เสมอ ทำให้อาชีพนี้ต้องรู้จักแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า  ไม่ตกใจง่ายและมีสติอยู่กับตัวอยู่ตลอดเวลา    แต่เสน่ห์ของอาชีพนักข่าวภาคสนามก็คือการได้พบเจอกับเหตุการณ์จริงตรงหน้าทำให้อินหรือรู้สึกกับการรายงานข่าวได้มากกว่าการรายงานข่าวในห้องส่ง  แต่ก็ต้องมีความรอบคอบและสมาธิมากกว่าด้วยเช่นกัน