sati
โพส ล่าสุด

ข่าวความรุนแรงของเยาวชนในยุค 2017

 

แม้ว่ายุคสมัยนี้จะมีเทคโนโลยีต่างๆ รอบตัวที่คอยจับผิดในเรื่องของการกระทำ หรือเรื่องของการทำสิ่งผิดกฎหมายอยู่ก็ตามที ทว่าเราเองก็ยังคงเห็นการกระทำผิดต่อทั้งกฎหมายหรือต่อตัวบุคคลอยู่ตลอดโดยเฉพาะวัยรุ่นทั้งหลายที่ยังคงมีความคึกคะนอง มีความไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดทั้งสิ้น ยังคงมองว่าสิ่งที่พวกเขาคิดเป็นสิ่งที่สมควรมากที่สุด นั่นจึงทำให้เรามักจะเห็นข่าวคราวเกี่ยวกับความรุนแรงของเยาวชนไทยอยู่เสมอ โดยในปี 2017 แม้จะผ่านมากว่าครึ่งปีแต่ข่าวที่เกี่ยวกับความรุนแรงของเด็กและเยาวชนก็มีอยู่ด้วยกันมากมาย

ข่าวความรุนแรงที่เห็นในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมา

นักเรียนเทคโนฯ ภูเก็ตไล่ตีให้รุ่นน้องในวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้มีคลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ในขณะที่มีกลุ่มชายวัยรุ่นที่แต่งตัวในเครื่องแบบนักศึกษา 7-8 คน กำลังทำการรุมทำรายกับวัยรุ่นรายหนึ่งจนทำให้นอนสลบแน่นิ่งไป หลังจากนั้นก็ได้มีชายใส่เสื้อสีฟ้าเดินเข้าไปห้ามจนทำให้กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวสลายตัวออกไป จนกระทั่งได้มีการสืบทราบกันต่อมาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในวิทยาลัยเทคโนโลยีภูเก็ต ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว จุดเริ่มต้นของชนวนเหตุในครั้งนี้มาจากการที่นักเรียนระดับชั้น ปวช. 1 ทั้งหมด 2 ราย ได้มีการเขม่นกันไปมาจนเกิดการทะเลาะวิวาทต่อยตีกัน ซึ่งอีกฝ่ายได้นำเพื่อนรุ่นพี่เข้าไปในวิทยาลัยฯ พร้อมด้วยอาวุธก่อนลงมือทำร้ายคู่อริจนได้รับบาดเจ็บอย่างที่ได้ปรากฏขึ้นมาในคลิป อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทางวิทยาลัยก็ได้ทำการให้นักเรียนที่เป็นต้นเหตุออกจากวิทยาลัยฯ ไปแล้ว ส่วนการดำเนินคดีทางอาญาก็ทราบมาว่าเด็กที่โดนทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บก็เข้าไปแจ้งความไว้กับสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตรงนี้ก็เป็นกระบวนการของทางตำรวจต่อไป

จากตัวอย่างข่าวดังกล่าวนี้จะเห็นได้ว่าการใช้ความรุนแรงของเยาวชนไทยยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วข่าวนักเรียนนักเลงเหล่านี้เราทุกคนเองก็ยังคงเห็นภาพข่าวหรือคลิปข่าวแบบนี้อยู่ร่ำไป ตราบใดที่การจัดการกับความรุนแรงของเยาวชนยังไม่มีความเด็ดขาดมากพอ รวมไปถึงความรักพวกพ้องรักสถาบันในด้านผิดๆ ก็เป็นสิ่งที่ทำให้กลุ่มเยาวชนเกิดความเข้าใจที่ไม่ควรทำอย่างเช่นการไปรุมทำร้ายฝ่ายตรงข้ามจนได้รับบาดเจ็บอย่างที่เป็นข่าวกันแบบนี้ ซึ่งทั้งพ่อแม่ ครู อาจารย์ เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องคอยทำความเข้าใจกับเด็กเหล่านี้อยู่เสมอ